ช่างประจำบ้าน

รวมลิสต์ สัตว์มีพิษในฤดูฝน พร้อมวิธีป้องกันที่ควรรู้

สัตว์มีพิษ

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำรั่วซึม ความชื้นสะสม หรือเชื้อราภายในบ้าน แต่อีกหนึ่งปัญหาที่มาพร้อมกับฝน และหลีกเลี่ยงได้ยาก คือ สัตว์มีพิษ และสัตว์รบกวน เนื่องจาก แหล่งอาศัยตามธรรมชาติถูกน้ำท่วม และบริเวณรอบบ้านมีความชื้นที่พอเหมาะ ทำให้สัตว์เหล่านี้ เข้ามาหลบซ่อนภายในบ้าน อาคาร หรือพื้นที่โดยรอบมากขึ้น

ดังนั้น การรู้จักสัตว์อันตราย ที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน รวมถึงรู้วิธีป้องกัน และรับมืออย่างถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม ในบทความนี้ นครทอง ได้รวบรวมลิสต์สัตว์มีพิษ พร้อมเคล็ดลับป้องกันเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความปลอดภัยให้กับบ้านของคุณตลอดฤดูฝน

สัตว์มีพิษ

ไขคำตอบ ! ทำไมช่วงฤดูฝน ถึงพบสัตว์มีพิษได้บ่อย

เมื่อฝนตก และความชื้นในอากาศสูงขึ้น ทำให้สัตว์หลายชนิด ต้องปรับพฤติกรรมการอยู่อาศัย และออกมาหาแหล่งหลบซ่อนแห่งใหม่ ที่ปลอดภัยกว่าเดิม ส่งผลให้เจ้าของบ้านแฝด บางนา ต้องเผชิญกับปัญหาสัตว์อันตราย เข้ามาอาศัยในพื้นที่นอกบ้าน หรือบริเวณห้องน้ำ และห้องครัว 

โดยสาเหตุสำคัญที่สัตว์มีพิษเข้ามาในบ้าน มีดังนี้

  • แหล่งอาศัยตามธรรมชาติถูกน้ำท่วม

ในช่วงที่ฝนตกหนัก ติดต่อกันเป็นเวลานาน พื้นที่ธรรมชาติหลายแห่ง เช่น โพรงดิน กอหญ้า พุ่มไม้ หรือพื้นที่รกร้าง อาจเกิดน้ำท่วมขัง จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทำให้สัตว์จำนวนมาก ต้องหาที่หลบภัยแห่งใหม่

ด้วยเหตุนี้ บ้านพักอาศัย โรงจอดรถ ห้องเก็บของ หรือพื้นที่รอบบ้านที่แห้งและปลอดภัย จึงกลายเป็นแหล่งกบดานสำคัญ ส่งผลให้เจ้าของบ้าน มีโอกาสพบสัตว์อันตราย เข้ามาหลบซ่อนในบริเวณบ้านได้มากกว่าปกติ

  • ความชื้นสูง

สภาพความชื้นสูง เป็นปัจจัยดึงดูดสัตว์ที่มีพิษ และพาหะนำโรคหลายชนิด ซึ่งมักจะเข้ามาหลบฝน หรือหาที่อยู่อาศัยใหม่ เนื่องจาก สัตว์เหล่านี้มักชื่นชอบสภาพแวดล้อมที่เย็น ชื้น และมีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ จึงมักเข้ามาหลบฝน หรือมองหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ตามมุมอับต่าง ๆ ภายในบ้าน

นอกจากนี้ ความชื้น ยังส่งผลให้แมลงขนาดเล็กเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ที่มีพิษบางชนิด ทำให้มีโอกาสพบสัตว์อันตราย ภายในบ้านได้มากขึ้นตามไปด้วย

  • พื้นที่รอบบ้านรก และมีน้ำขัง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ดึงดูดสัตว์ที่มีพิษให้เข้ามาใกล้บ้าน คือ การปล่อยให้พื้นที่รอบบ้านรก และมีวัชพืชขึ้น รวมถึงมีภาชนะที่กักเก็บน้ำฝนไว้เป็นเวลานาน และมีน้ำขังตามจุดต่าง ๆ รอบบ้าน 

ดังนั้น ควรหมั่นดูแลความสะอาดบ้าน ตัดแต่งต้นไม้ กำจัดวัชพืช และตรวจสอบแหล่งน้ำขังอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายเข้ามาอยู่อาศัย และทำร้ายสมาชิกในบ้านจนบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายต่อชีวิต

ทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการบ้านแฝด บางนา ที่มีพื้นที่กว้างขวาง และเอื้อต่อการอยู่อาศัยในทุกช่วงฤดู ขอแนะนำ นครทองลีฟวิ่ง (บางนา – เทพารักษ์) ที่ให้คุณออกแบบชีวิตได้ตามใจ โดดเด่นด้วยการมีพื้นที่อเนกประสงค์ชั้นล่าง ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบาย และรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันมีความสุขยิ่งขึ้น 

สัตว์มีพิษ

เช็กลิสต์ สัตว์มีพิษที่มากับฝน มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้น

หลังจากที่ทำความเข้าใจกันแล้วว่า ทำไมในช่วงฤดูฝนถึงพบเจอสัตว์ที่มีพิษเป็นประจำ คราวนี้ลองมาดูกันว่า สัตว์อันตรายที่พบได้ในบริเวณบ้านแฝด บางนา มีอะไรบ้าง เพื่อให้เจ้าของบ้าน รวมถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ได้ทำความเข้าใจ และรับมือได้ถูกต้อง 

โดยสัตว์อันตรายที่มาพร้อมกับฝน มีดังนี้

  • งู

งู เป็นสัตว์มีพิษที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เนื่องจาก แหล่งอาศัยตามธรรมชาติถูกน้ำท่วม ทำให้งูต้องย้ายเข้ามาหลบซ่อนตามสวน พุ่มไม้ กองวัสดุ หรือบริเวณรอบบ้านที่มีความชื้นสูง 

ทั้งนี้ แม้ว่างูบางชนิดจะไม่มีพิษ แต่ก็อาจสร้างความตกใจ และเกิดอันตรายได้ หากถูกกัด ดังนั้น ควรตรวจเช็กจุดอับชื้น และกำจัดแหล่งหลบซ่อนรอบบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกในบ้านถูกงูฉก หรือรัดจนเกิดอันตราย

วิธีป้องกัน

  • เทน้ำมันกลิ่นฉุน หรือผงกำมะถันรอบ ๆ บ้าน หรือในจุดเสี่ยงที่พบเห็นงู
  • ติดตาข่ายรอบบ้าน โดยเฉพาะประตู และหน้าต่าง เพื่อป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้ามาในบ้าน
  • ตัดแต่งต้นไม้ และถอนหญ้าเป็นประจำ
  • ถมโพรง หรือหรูที่อยู่รอบบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้งูเข้าไปอยู่อาศัย และขยายพันธุ์
  • กำจัดสัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่น หนู กบ และเขียด
  • ปลูกต้นไม้ไล่งู เช่น ต้นฟ้าทะลายโจร ต้นตะไคร้ ต้นว่านพญานาคราช ต้นดาวเรือง ต้นจิงจูฉ่าย และต้นมะกรูด เพราะเป็นต้นไม้ที่ช่วยลดโอกาสที่งูจะเข้ามาใกล้บริเวณบ้านได้

วิธีปฐมพยาบาล

  • พยายามตั้งสติ หากใส่เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่กดรัดรอยแผลงูกัด ให้รีบถอดออกทันที
  • หากมีน้ำสะอาด และสบู่ให้รีบล้างแผลทันที เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อโรค หรือพิษงูที่ได้รับ
  • ให้ดามบริเวณที่ถูกงูกัด ด้วยผ้ายืดกระชับกล้ามเนื้อ ตามด้วยวัสดุที่มีลักษณะแข็ง เช่น ท่อนไม้ ท่อ PVC หรือกระดาษม้วนให้แข็ง
  • พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อย เนื่องจาก การเคลื่อนไหว จะทำให้พิษงูถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขึ้น
  • วางอวัยวะส่วนที่ถูกงูกัดให้ต่ำกว่า หรือระดับเดียวกับหัวใจ
  • รีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หรือเรียกรถพยาบาลมารับทันที
  • ตะขาบ

ตะขาบ มักอาศัยอยู่ในพื้นที่มืด ชื้น และอากาศเย็น เช่น ใต้กระถางต้นไม้ ห้องเก็บของ ห้องน้ำ กองใบไม้ หรือแม้กระทั่งพื้นที่ใต้ตู้ เมื่อถูกกัดอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และแสบร้อนบริเวณแผลได้

วิธีป้องกัน

  • นำสบู่ไปวางปิดบริเวณฝาท่อระบายน้ำ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือฝาท่อนอกบ้าน
  • นำน้ำส้มควันไม้ มาผสมกับน้ำเปล่า จากนั้นฉีดพ่นบริเวณที่คาดว่าตะขาบ จะเข้ามาในบ้าน
  • เทโซดาไฟใส่ท่อน้ำ หรือจุดที่คาดว่าตะขาบจะเข้ามาในบ้าน
  • โรยน้ำยาล้างห้องน้ำไปตามท่อน้ำ หรือจุดที่คาดว่าตะขาบจะเข้ามาในบ้าน

วิธีปฐมพยาบาล

  • หากมีอาการรุนแรง เช่น แพ้พิษตะขาบ บวม มีตุ่มขึ้นทั่วร่างกาย หายใจติดขัด หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ หรือหน้ามืด ควรรีบพบแพทย์ในทันที
  • ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง ให้ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด หรือสบู่อ่อน หากปวดมากให้รับประทานยาแก้ปวด
  • ประคบเย็น หรือกินยาแก้ปวด เพื่อทุเลาอาการปวด
  • กิ้งกือ

แม้ว่ากิ้งกือ จะไม่ใช่สัตว์มีพิษร้ายแรง แต่สามารถปล่อยสารคัดหลั่งออกมา เพื่อป้องกันตัว อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ผื่นแดง หรือแสบผิวหนังได้ หากสัมผัสโดยตรง

วิธีป้องกัน

  • ฉีดยาฆ่าแมลงปราบศัตรูพืช
  • นำปูนขาวมาโรยตามบริเวณต่าง ๆ รอบบ้าน
  • ใช้ชอล์กกันมดขีด ตามจุดที่คาดว่ากิ้งกือจะเข้ามาในบ้าน
  • นำลูกเหม็น มาโรยในจุดกิ้งกือจะเข้ามาในบ้าน
  • นำน้ำส้มควันไม้ มาฉีดพ่นในบริเวณที่มีกิ้งกืออาศัยอยู่

วิธีปฐมพยาบาล

  • ล้างด้วยสบู่ และน้ำสะอาด
  • ทา หรือรับประทานยาแก้อักเสบ
  • หากสารคัดหลั่งเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันทีและรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
  • แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก เป็นแมลงที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะบริเวณที่มีแสงไฟในเวลากลางคืน ซึ่งแมลงชนิดนี้ไม่ได้กัดหรือต่อย แต่ในตัวมีสารพิษที่เรียกว่าพิเดอริน (Pederin) ซึ่งมีลักษณะเป็นกรด ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอักเสบ แสบร้อน และเกิดรอยไหม้ หลังจากสัมผัสพิษประมาณ 8-12 ชั่วโมง

วิธีป้องกัน

  • ปิดหน้าต่าง และประตูให้มิดชิด เนื่องจาก แมลงประเภทนี้ชอบเข้ามาเล่นแสงไฟ ในเวลากลางคืน
  • ตรวจเช็กบริเวณที่นอนเสมอว่าไม่มีแมลงอยู่
  • หากพบแมลงก้นกระดก ห้ามสัมผัสโดยการปัด หรือบดขยี้ ควรใช้วิธีเป่า หรือสะบัดออกแทน

วิธีปฐมพยาบาล

  • รีบล้างด้วยสบู่ และน้ำสะอาด หรือใช้น้ำเกลือสำหรับล้างแผล มาล้างทันที
  • หากเกิดตุ่มน้ำ และรอยแดงขึ้นให้ทายา เพื่อรักษารอยแดง
  • หากมีอาการรุนแรง หรือแพ้พิษ ให้รีบพบแพทย์ทันที
  • แมงป่อง

แมงป่อง มักซ่อนตัวตามกองไม้ กองหิน หรือพื้นที่รกร้างที่มีความชื้นสูง แม้ว่าพิษของแมงป่องส่วนใหญ่ในประเทศไทย จะไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการปวด บวม และชาบริเวณที่ถูกต่อยได้

วิธีป้องกัน

  • ทำความสะอาดบ้านให้สะอาด
  • ปิดทุกทางเข้าออกของแมงป่อง ตามรอยแยก ตามรอยแตกตามผนัง ร่องใต้ประตู รวมถึงอย่าเปิดประตูทิ้งไว้
  • ปิดท่อน้ำด้วยฝาตะแกรงที่มีช่องห่างน้อย หรืออาจใช้แผ่นไม้ แผ่นหินแทน
  • วางน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นซิตรัส

วิธีปฐมพยาบาล

  • ทำความสะอาดแผล และผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ด้วยน้ำ และสบู่อ่อน
  • ประคบเย็นด้วยเจลเย็น หรือถุงน้ำแข็งห่อผ้าขนหนู เพื่อลดอาการปวดบวมที่แผล และลดการแพร่กระจายของพิษ
  • ยกอวัยวะข้างที่มีแผล จากแมงป่องต่อย ให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ เพื่อลดอาการปวดบวม และป้องกันพิษแมงป่องแพร่กระจายไปสู่ส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย
  • งดรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ หากมีปัญหาในการกลืน
  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยาไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการปวด หรือความรู้สึกไม่สบายตัว
  • แมงมุม

แมงมุมบางชนิด มักอาศัยอยู่ตามมุมอับ เช่น ใต้เฟอร์นิเจอร์ หรือห้องเก็บของ แม้แมงมุมส่วนใหญ่ จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่แมงมุมบางชนิด อาจมีพิษที่ทำให้เกิดอาการปวด บวม มีไข้ อาเจียน ไปจนถึงไตวาย หรือเกิดภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือด

วิธีป้องกัน

  • นำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำ หรือใช้น้ำเปล่าผสมเกลือ ฉีดไปตามมุมผนัง และเพดานที่แมงมุมเข้ามาทำรัง
  • วางเปลือกส้มบริเวณที่มีแมงมุมชักใยอยู่

วิธีปฐมพยาบาล

  • รีบล้างทำความสะอาดบาดแผลทันที
  • ประคบเย็นบริเวณที่ถูกกัด
  • หากมีอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ทันที
  • ในกรณีมีอาการรุนแรง ควรไปพบแพทย์โดยด่วน หากนำตัวแมงมุมที่กัดไปให้แพทย์ดูด้วยได้ ให้นำไปด้วย

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัตว์มีพิษ

  • สัตว์มีพิษชนิดใด พบบ่อยในฤดูฝน ?

สัตว์มีพิษที่มักพบในช่วงฤดูฝน ได้แก่ งู ตะขาบ กิ้งกือ แมลงก้นกระดก แมงป่อง และแมงมุม เนื่องจาก แหล่งอาศัยตามธรรมชาติถูกน้ำท่วม และมีความชื้นสูง ทำให้สัตว์เหล่านี้เข้ามาหลบซ่อนตามบ้านเรือนมากขึ้น

  • บ้านแบบไหนบ้าง ที่มีโอกาสพบสัตว์มีพิษในช่วงฤดูฝน ?

บ้านที่มีพื้นที่รกร้าง มีวัชพืชขึ้นหนาแน่น มีน้ำขัง หรือมีมุมอับชื้นจำนวนมาก มักมีโอกาสพบสัตว์ที่มีพิษเข้ามาอาศัย ได้มากกว่าบ้านที่ดูแลความสะอาด และจัดการพื้นที่รอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ

  • การดูแลบ้านเป็นประจำ ช่วยป้องกันสัตว์มีพิษได้อย่างไร ?

การตัดหญ้า กำจัดวัชพืช ดูแลสวนให้โล่งโปร่ง กำจัดแหล่งน้ำขัง และจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ จะช่วยลดแหล่งหลบซ่อน และแหล่งอาหารของสัตว์มีพิษ ทำให้โอกาสที่สัตว์อันตรายจะเข้ามาอาศัย ในบริเวณบ้านลดลงอย่างมาก

ก็จบกันไปแล้ว กับลิสต์สัตว์ที่มีพิษที่พบได้บ่อยในบ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ดังนั้น การหมั่นดูแลความสะอาดบ้าน ตัดแต่งต้นไม้ กำจัดวัชพืช ลดจุดอับชื้น และตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอยู่เสมอ จะช่วยลดโอกาสที่สัตว์อันตราย จะเข้ามาอยู่อาศัย พร้อมทั้งเพิ่มความปลอดภัย ให้กับสมาชิกในบ้าน ตลอดช่วงฤดูฝน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่บ้านแฝด บางนาที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของคนทุกวัย นครทองลีฟวิ่ง (บางนา – เทพารักษ์) พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัย ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ฟังก์ชันการใช้งานครบครัน และสภาพแวดล้อมภายในโครงการ ที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตในทุกฤดูกาล 

ช่วยให้คุณ และครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หากสนใจสอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่

Line: @nktgroup

โทร 087-678-9296 (นครทองลีฟวิ่ง)

084-641-2666 (นครทองโคโลนี่)

097-1854467 (นครทอง ดิ เออเบิร์น ไวบ์)

Inbox: Nakornthong Group