ช่างประจำบ้าน

10 วิธีดูแลบ้านหลังน้ำท่วม พร้อมวิธีป้องกันแบบมืออาชีพ

น้ำท่วม

อุทกภัย ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก “บ้าน” เพราะหากปริมาณน้ำขึ้นสูง อาจทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหาย ทั้งยังกระทบต่อโครงสร้างบ้านได้โดยตรง

ดังนั้น หากใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือมีน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำทุกปี ในบทความนี้ นครทอง จะมาแชร์ 10 วิธีดูแลบ้านหลังน้ำท่วม พร้อมกับแนะนำวิธีป้องกัน เพื่อดูแลทาวน์โฮม สมุทรปราการให้ปลอดภัย และให้เจ้าของบ้าน รีบจัดการบ้านให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ให้ได้เร็วที่สุด หากพร้อมแล้ว เราไปดูกัน

น้ำท่วม

เทคนิค เตรียมความพร้อม ป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้านให้เห็นผล

เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น บ้านเรือนในบริเวณต่าง ๆ มักได้รับความเสียหายไม่มากก็น้อย ซึ่งเจ้าของบ้าน ต้องคอยดูแลบ้านอย่างระมัดระวัง เพราะสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด อาจเสี่ยงต่อปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความชื้น เชื้อรา หรือฝุ่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านอีกด้วย

ดังนั้น การเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อุทกภัย จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดี และป้องกันการเสียหายในขั้นร้ายแรง โดยนครทอง ได้เตรียมเทคนิคดี ๆ มาไว้ให้ทุกคนแล้ว ดังนี้

  • เฝ้าระวัง และติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

อย่างที่ทราบกันดีว่า อุทกภัยเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น พายุเข้า น้ำป่าไหลหลาก และน้ำทะเลหนุนสูง เป็นต้น ดังนั้น เจ้าของบ้านควรติดตามข่าวสาร จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หรือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อม และตรวจสอบด้วยว่า บ้านของคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่

  • ป้องกันน้ำไหลจากถนน และน้ำขังภายในบ้าน

สำหรับใครที่อาศัยอยู่ในทาวน์โฮม สมุทรปราการ ที่อาจมีที่ดินต่ำ หรืออยู่ใกล้กับถนนใหญ่ มักจะเจอกับปัญหาน้ำขัง หลังจากที่ฝนตกหนักอยู่เสมอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็สามารถแก้ไขง่าย ๆ ด้วยการนำแผงเหล็ก หรือแผงสังกะสี มาวางเป็นแนวป้องกันน้ำ

ทั้งนี้ อย่าลืมตรวจสอบสิ่งอุดตัน และรอยรั่วซึม ของท่อระบายน้ำ ภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ภายในรั้วบ้านมีน้ำขัง จนก่อให้เกิดปัญหาเชื้อรา และสัตว์ร้ายเข้ามาในรั้วบ้าน

  • ใช้อิฐบล็อกทำแนวกั้นน้ำ

หากบ้านของคุณตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่ประสบอุทกภัยเป็นประจำ ก็สามารถนำอิฐบล็อกมากั้นเป็นแนวน้ำได้ โดยเรียงอิฐให้พอดีกับประตู หรือซ้อนทับกันจนได้ความสูง ที่สามารถป้องกันน้ำไหลได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันน้ำรั่วซึม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • วางแผน และเตรียมยกของขึ้นที่สูง

หากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ออกประกาศให้ในเขตพื้นที่ของคุณ ระมัดระวังเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ก็อย่าลืมวางแผนในการย้ายทรัพย์สิน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นไปบนที่สูง พร้อมกับถอดปลั๊กไฟ และตัดระบบไฟฟ้าให้เรียบร้อย

ทั้งนี้ ในกรณีที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียว ควรหาเฟอร์นิเจอร์ หรือฐานรองที่มีความมั่นคง มาวางไว้ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าวของเครื่องใช้ชิ้นสำคัญเสียหาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังมองหาทาวน์โฮม สมุทรปราการในทำเลที่ใช่ ทั้งในแง่ของการเดินทาง การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงความปลอดภัยจากภัยพิบัติต่าง ๆ อย่าลืมนึกถึง นครทอง ดิ เออเบิร์นไวบ์ จากนครทอง โครงการบ้านแฝดใกล้ BTS แพรกษา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู ในราคาที่คุ้มค่ากว่าใคร

น้ำท่วม

แจก 10 วิธีดูแลบ้านหลังน้ำท่วม ให้บ้านออกมาสะอาด ไร้สิ่งสกปรก

หลังจากที่ปริมาณน้ำลดลง บ้านกลายเป็นทรัพย์สินชิ้นใหญ่ ที่ได้รับความเสียหายมากสุดอยู่เสมอ ซึ่งเจ้าของบ้านจะต้องทำความสะอาด และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ เพื่อให้บ้านกลับมาน่าอยู่เหมือนเก่า โดยแนวทางการดูแลบ้านหลังน้ำท่วม มีดังนี้

  1. ตรวจสอบจุดเสียหายในบ้าน

สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านควรลงมือทำ คือ การตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้าน ว่ามีจุดใดชำรุดเสียหายบ้าง และมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในรั้วบ้านหรือไม่ เพื่อวางแผนในการซ่อมแซม และดูแลบ้านให้สะอาด พร้อมเข้าอยู่อาศัย

  1. เช็กสภาพระบบไฟฟ้าให้เรียบร้อย

เป็นเรื่องปกติที่เวลาเข้าบ้าน หลายคนจะต้องเสียบปลั๊กเครื่องไฟฟ้า หรือปลั๊กพ่วงก่อนเป็นอันดับแรก แต่ในกรณีที่เพิ่งเข้าบ้านมา หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม ควรตรวจสอบสภาพปลั๊กต่าง ๆ ให้ดีก่อน เพราะอาจชำรุดเสียหาย หรือเปียกชื้นอยู่ได้ ดังนั้น แนะนำให้เจ้าของบ้าน เรียกช่างไฟมาตรวจสอบให้ละเอียด ก่อนเริ่มใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า

  1. ตรวจสอบฝ้าเพดานให้ละเอียด

ในกรณีที่น้ำขึ้นสูงจนมิดชั้น 1 ของบ้าน ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจดูความเสียหายของฝ้าเพดาน เพราะหากฝ้ามีการแอ่นตัว อาจถล่มพังลงมาได้ในภายหลัง ซึ่งหากช่างประเมินว่าโครงสร้างบ้าน ได้รับความเสียหายหนัก ควรเปลี่ยนฝ้าใหม่ หรือซ่อมแซมให้เรียบร้อยในทันที เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สมาชิกในบ้านจะอยู่อาศัยในบ้านที่ปลอดภัย

  1. เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อม

เมื่อตรวจสอบรอบบ้าน และโครงสร้างชิ้นสำคัญเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เจ้าของบ้าน ควรเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อม เพื่อให้การทำความสะอาดบ้าน ดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยแนะนำให้ทำความสะอาด จากชั้นบนก่อน แล้วค่อยทำความสะอาดชั้นล่าง พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้

  • หน้ากาก N95 เพื่อป้องกันการสูดดมเชื้อรา
  • แว่นตากันลม และถุงมือยาง
  • กางเกงขายาว และรองเท้าบูต
  • อุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด แปรงขัดพื้น ไม้ถูพื้น ไม้กวาดทางมะพร้าว แปรงสีฟันเก่า ถังน้ำ ถุงขยะสีดำ ที่รัดปาก ถุงขยะ กระดาษหนังสือพิมพ์ ไฟฉาย พลั่ว และกระดาษชำระ เป็นต้น
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค ได้แก่ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน และน้ำยาซักผ้าขาว เป็นต้น
  1. เปิดประตู และหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดบ้าน ควรเปิดประตู และหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท รวมถึงเปิดพัดลม เป่าบริเวณที่เปียกชื้น โดยหันทิศทางลม ให้พัดออกไปทางหน้าต่าง หรือประตู เพื่อลดกลิ่นเหม็นอับสะสม และป้องกันเชื้อรา ทั้งยังช่วยลดความชื้นสะสมภายในบ้านอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกว่าภายในบ้านยังมีกลิ่นอับ ลองใช้เครื่องดูดความชื้นมาช่วย โดยเฉพาะในห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนอน เพื่อลดระดับความชื้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และลดกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ทิ้งสิ่งของที่เปียกชื้น

เมื่อปริมาณน้ำที่ท่วมขังในบ้านลดลงแล้ว ควรเก็บสิ่งของ และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ออกจากบ้านไปก่อน โดยนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ ออกไปตากแดดจัด หากพบสิ่งของที่ชำรุด หรือเสียหายควรทิ้งไปเลย เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราสะสม จนกลายเป็นพาหะนำเชื้อโรค

  1. ทำความสะอาดคราบดินโคลนตามพื้น

จุดที่ควรทำความสะอาด เป็นลำดับแรก ก็คือคราบดินโคลนตามพื้น ด้วยน้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำยาล้างจาน จากนั้นฉีดน้ำล้างออกอีกครั้ง ทั้งนี้ อย่าลืมใช้แปรงขัดคราบสกปรกที่ฝังแน่น เพื่อฆ่าเชื้อโรค และลดกลิ่นอับ ทั้งยังช่วยขจัดคราบสกปรกได้อย่างหมดจด

  1. ทำความสะอาดพื้นให้เกลี้ยง

สำหรับวิธีการทำความสะอาดผนัง และพื้นบ้าน สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้สายยางฉีดไปที่คราบต่าง ๆ จากนั้นใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือผงซักฟอกผสมน้ำ กับน้ำสะอาด 1 ลิตรมาล้างอีกครั้ง พร้อมกับใช้แปรงมาขัดตามคราบสกปรกให้เกลี้ยง เพื่อฆ่าเชื้อโรค และลดกลิ่นอับ 

  1. เช็ดบ้านให้แห้ง

หลังจากทำความสะอาดครบทุกจุดแล้ว ไม่ควรปล่อยให้ส่วนต่าง ๆ ในบ้านแห้งเอง ควรใช้ผ้าแห้ง หรือผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดตามจุดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา จากความชื้นที่ยังหลงเหลืออยู่ เมื่อแห้งแล้วก็สามารถทำข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์เข้ามาจัดเรียงให้เรียบร้อย

  1. ห้ามทาสีบ้านใหม่ทันที

หลังน้ำท่วม ผนังของบ้านจะมีความชื้นสูง ดังนั้น ไม่ควรทาสีบ้านใหม่ในทันที เพราะอาจเกิดการหลุดหลอกได้ง่าย และทาสีติดได้ยาก ควรเว้นระยะให้บ้านแห้งสนิทดีก่อน หลังจากทำความสะอาดไปแล้วประมาณ 1 เดือน หรือปรึกษาช่างให้ดี ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการทาสีบ้าน 

อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดบ้าน หลังเหตุการณ์น้ำท่วม ถือเป็นขั้นตอนที่เจ้าของบ้าน ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ และการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพื่อให้บ้านกลับมาสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และกลิ่นเหม็นอับ ซึ่งหากทำความสะอาดผิดวิธี อาจทำให้บ้านกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น

สำหรับเจ้าของบ้าน ที่กำลังมองหาโครงการทาวน์โฮม สมุทรปราการคุณภาพดี ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย และเอื้อต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว อย่าลืมนึกถึง นครทอง ดิ เออเบิร์น ไวบ์ โครงการบ้านระดับท็อป จากนครทอง ที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Live Complex Life Complete เสน่ห์ของการใช้ชีวิตให้สุด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้สุด ในราคาที่คุ้มค่ากว่าใคร”

โดดเด่นด้วยทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ BTS แพรกษา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู ศรีนครินทร์ เดินทางเข้ากรุงเทพได้ง่าย ผ่านถนนแพรกษา ถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนกาญจนาภิเษก และถนนเทพารักษ์ อีกทั้งฟังก์ชันภายในบ้านกว้างขวาง และมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

Line: @nktgroup 

โทร 087-678-9296 (นครทองลีฟวิ่ง)  

084-641-2666 (นครทองโคโลนี่) 

097-1854467 (นครทอง ดิ เออเบิร์น ไวบ์)

Inbox: Nakornthong Group