รู้ก่อนซื้อบ้าน

สรุป ! เงื่อนไขรีไฟแนนซ์บ้าน ก่อนยื่นเรื่องกับธนาคารปี 2569

รีไฟแนนซ์บ้าน

ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น หลายครอบครัวจะเริ่มรู้สึกได้ทันทีว่า ค่างวดบ้านแพงขึ้น โดยเฉพาะคนที่ผ่อนครบโปรโมชัน 3 ปีแรกแล้ว และต้องเข้าสู่ดอกเบี้ยลอยตัว ที่อ้างอิงกับอัตรา MRR หรือ MLR ของแต่ละธนาคาร 

ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือน ขยับสูงขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางมักปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งพอดอกเบี้ยตัวนี้สูงขึ้น ธนาคารพาณิชย์ก็มีต้นทุนเพิ่ม และมักปรับดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขึ้นตาม ทำให้ค่างวดบ้านของผู้กู้สูงขึ้นตามไปด้วย

ในบทความนี้ นครทอง จึงอยากมาสรุปเงื่อนไข ค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ย และขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้านปี 2569 เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจ ก่อนยื่นรีไฟแนนซ์กับธนาคารอย่างรอบคอบ และครบถ้วนมากที่สุด ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย !

รีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร ? ทำไมช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้ไวขึ้น

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การยื่นขอกู้สินเชื่อจากธนาคารใหม่ เพื่อนำเงินไปปิดยอดหนี้บ้านกับธนาคารเดิม โดยใช้บ้าน คอนโด หรือทาวน์โฮมเป็นหลักประกันเหมือนเดิม ทั้งนี้ ในปี 2569 การรีไฟแนนซ์ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ผู้กู้จำนวนมากครบกำหนด 3 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงที่มักไม่มีค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด โดยจุดประสงค์หลักของการรีไฟแนนซ์ มีดังนี้

  • ลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ผ่อนน้อยลง
  • ลดค่างวดรายเดือน ช่วยให้เราบริหารเงินสดได้สบายขึ้น
  • ขยายระยะเวลาผ่อน ช่วยลดแรงกดดัน ต่อรายได้ในแต่ละเดือน
  • ขอวงเงินเพิ่ม กรณีราคาประเมินบ้าน หรืสูงขึ้น
รีไฟแนนซ์บ้าน

เจ้าของบ้านต้องรู้ ! ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน มีอะไรบ้าง

ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ ผู้กู้ หรือบ้านแฝด บางนาควรทำความเข้าใจ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความคุ้มค่า

1. ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด

เมื่อไถ่ถอนหลักประกันบ้าน หรือทาวน์โฮมก่อนครบกำหนดสัญญา ธนาคารเดิมจะเรียกเก็บค่าปรับ ประมาณ 2 – 3% ของยอดหนี้คงเหลือ ดังนั้น ทางที่ดี ผู้กู้ควรรอให้ครบกำหนดสัญญาเดิมก่อนการรีไฟแนนซ์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ตัวอย่างเช่น ยอดหนี้คงเหลือ 3,000,000 บาท ค่าปรับ 3% จะเท่ากับ 90,000 บาท 

2. ค่าใช้จ่ายกับธนาคารใหม่

หลังจากเลือกธนาคารใหม่แล้ว ผู้กู้จะต้องเตรียมค่าใช้จ่าย ดังต่อไปนี้

  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน: ประมาณ 2,000 – 3,500 บาท (บางธนาคารมีโปรโมชันฟรีค่าประเมิน)
  • ค่าประกันอัคคีภัย: เป็นประกันภาคบังคับ ทำทุก 1 – 3 ปี ประมาณ 1,000 – 3,000 บาท ขึ้นกับมูลค่าบ้าน
  • ค่าเบี้ยประกัน MRTA (ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ): ไม่บังคับทุกธนาคาร แต่หากทำมักได้ดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวงเงิน และระยะเวลากู้
  • ค่าธรรมเนียมดำเนินการสินเชื่อ: บางธนาคารจะคิด 0.025% ของวงเงินกู้ และบางธนาคารจะฟรีในช่วงโปรโมชัน

3. ค่าใช้จ่ายที่กรมที่ดิน

การรีไฟแนนซ์ ถือเป็นการจดจำนองใหม่ จึงมีค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ใหม่
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

ตัวอย่างเช่น หากรีไฟแนนซ์วงเงิน 2,000,000 บาท ค่าจดจำนองจะอยู่ที่ 20,000 บาท และค่าอากรแสตมป์คือ 1,000 บาท

ทำความเข้าใจ “อัตราดอกเบี้ยบ้าน” มีกี่แบบ ?

สิ่งที่ผู้กู้ควรทำความเข้าใจ ก่อนยื่นเรื่องกู้ หรือรีไฟแนนซ์บ้าน คือ ประเภทของอัตราดอกเบี้ย ว่ามีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยบ้านมี 2 แบบ ได้แก่

  1. ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)

คำนวณจากเงินต้น เต็มจำนวนตลอดอายุสัญญา มีค่างวดเท่ากันทุกงวด เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนการเงินแบบแน่นอน

  1. ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)

อัตราดอกเบี้ยปรับตาม MRR (Minimum Retail Rate) หรือ MLR (Minimum Loan Rate) ซึ่งจะคำนวณจากเงินต้นคงเหลือจริง เหมาะกับคนที่สามารถรับความเสี่ยงได้

ทั้งนี้ การรีไฟแนนซ์ ก็เป็นเหมือนตัวช่วยในการผ่อนชำระ และปรับปรุงสภาพคล่องทางการเงิน หากวางแผน พิจารณาดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสัญญาอย่างรอบคอบ ก็จะช่วยให้ผู้กู้สามารถผ่อนบ้านได้อย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงทางการเงินในอนาคตได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาบ้านใหม่ ขอแนะนำ “นครทองลีฟวิ่ง บางนา – เทพารักษ์บ้านแฝด บางนา ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ด้วยทำเลสะดวก ใกล้ทางด่วน และแหล่ง Shopping พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เช็กอัตราดอกเบี้ย สำหรับรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน ปี 2569

โดยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร จะมีเงื่อนไขอาจแตกต่างกัน ตามคุณสมบัติผู้กู้ นโยบายธนาคาร และโปรโมชัน ดังนั้น ผู้กู้จึงควรตรวจสอบข้อมูล และอัปเดตข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ธนาคารทุกครั้งก่อนทำการรีไฟแนนซ์

ตรวจสอบข้อมูล อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน ของแต่ละธนาคาร

  1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์:สินเชื่อบ้าน สุขสันต์ ปี 2569 | ธอส.
  2. ธนาคารไทยพาณิชย์:สินเชื่อรีไฟแนนซ์ | ไทยพาณิชย์
  3. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา:สินเชื่อรีไฟแนนซ์ | กรุงศรี
  4. ธนาคารกรุงเทพ:สินเชื่อรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น | กรุงเทพ 
  5. ธนาคารกรุงไทย:สินเชื่อรีไฟแนนซ์ | กรุงไทย
  6. ธนาคารกสิกรไทย:สินเชื่อรีไฟแนนซ์ | กสิกร
  7. ธนาคารเกียรตินาคิน:สินเชื่อรีไฟแนนซ์ | เกียรตินาคิน 
  8. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:สินเชื่อรีไฟแนนซ์ | แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
  9. ธนาคารออมสิน:สินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ และกู้เพิ่มเติม | ออมสิน

ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจกู้บ้าน หรือรีไฟแนนซ์ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ดูว่า “ดอกเบี้ยต่ำสุดเท่าไร” แต่คือการเข้าใจว่า ค่างวดที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนสอดคล้องกับรายได้ของคุณหรือไม่ เพราะแม้อัตราดอกเบี้ยจะต่างกันเพียง 0.25 – 0.50% ก็สามารถทำให้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ต่างกันหลักแสนบาทได้

คำนวณอัตราดอกเบี้ยบ้าน ด้วยตนเองได้ที่:โปรแกรมคำนวณผ่อนบ้านตามวงเงิน และระยะในการผ่อน (Loan Calculator)

(*โปรแกรมคำนวณผ่อนบ้านนี้ เพียงกรอก วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาที่ต้องการผ่อน ระบบจะช่วยประเมินค่างวดรายเดือน และดอกเบี้ยรวมให้ทันที ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ หรือรีไฟแนนซ์จริงในขั้นตอนถัดไป)

รีไฟแนนซ์บ้าน

5 ขั้นตอน การรีไฟแนนซ์บ้าน แบบเข้าใจง่าย

การรีไฟแนนซ์บ้าน อาจดูเหมือนเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน แต่หากคุณเข้าใจขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การดำเนินเรื่อง เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความผิดพลาด และเพิ่มโอกาสอนุมัติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยต่อไปนี้ คือรายละเอียดในแต่ละขั้นตอน ที่ผู้กู้ควรเตรียมตัวให้พร้อม

  1. ตรวจสอบสัญญาเดิมอย่างละเอียด

ขั้นตอนแรก คือ การกลับไปดูเงื่อนไขสินเชื่อเดิมอย่างละเอียด เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการรีไฟแนนซ์ โดยขอหนังสือรับรองยอดหนี้คงเหลือจากธนาคารเดิม เพื่อทราบยอดหนี้ที่ต้องปิดบัญชีอย่างเป็นทางการ 

จากนั้นตรวจสอบค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 2 – 3% ของยอดหนี้คงเหลือ (หากยังไม่ครบกำหนด 3 ปีแรก อาจมีค่าปรับส่วนนี้) และอย่าลืมตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน ว่าเข้าสู่ช่วงลอยตัวแล้วหรือไม่

  1. เลือกธนาคารใหม่ที่ถูกใจ

เมื่อทราบต้นทุนฝั่งธนาคารเดิมแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือ การเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร โดยการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก และดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชัน

จากนั้นตรวจสอบเงื่อนไข MRTA (ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ) ว่าบังคับหรือไม่ และมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยอย่างไร นอกจากนี้ อย่าลืมเช็กค่าธรรมเนียม วงเงินขั้นต่ำ และระยะเวลากู้สูงสุด

  1. เตรียมเอกสารให้ครบ

การเตรียมเอกสารครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการอนุมัติรวดเร็วขึ้น โดย เอกสารหลักที่ต้องใช้ จะได้แก่

  • บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองรายได้ หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด
  • Statement บัญชีย้อนหลัง 6 – 12 เดือน
  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเอกสารกรรมสิทธิ์ห้องชุด
  • ในกรณี เป็นเจ้าของกิจการ อาจต้องเตรียมเอกสารจดทะเบียนบริษัท และงบการเงินเพิ่มเติม
  1. ยื่นเอกสาร และรออนุมัติ

หลังยื่นเอกสารทั้งหมด ธนาคารจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อ โดยมีระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไปประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อประเมินราคาหลักประกัน และธนาคารตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ และประวัติเครดิตบูโรทั้งหมด หากเอกสารครบ และสถานะทางการเงินมั่นคง โอกาสอนุมัติก็จะค่อนข้างสูง

  1. ทำสัญญาใหม่ และจดจำนอง

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ผู้กู้จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือ ลงนามในสัญญาสินเชื่อใหม่ และชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นธนาคารใหม่จะดำเนินการชำระหนี้ให้ธนาคารเดิม ส่วนผู้กู้จะไปดำเนินการจดจำนองใหม่ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งหลังจากขั้นตอนนี้เสร็จสิ้น การรีไฟแนนซ์จะถือว่าเรียบร้อย และผู้กู้จะเริ่มผ่อนชำระกับธนาคารใหม่ ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาบ้านทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวก ใกล้โซนบางนา – เทพารักษ์ พร้อมดีไซน์ทันสมัย และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ นครทอง ขอแนะนำบ้านแฝด บางนานครทองลีฟวิ่ง บางนา – เทพารักษ์” ที่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า รองรับทั้งการอยู่อาศัย และการเติบโตในอนาคต

หากสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม นัดชมโครงการ หรือรับโปรโมชันพิเศษได้ที่

Line:@nktgroup 

โทร 087-678-9296 (นครทองลีฟวิ่ง)  

084-641-2666 (นครทองโคโลนี่) 

097-1854467 (นครทอง ดิ เออเบิร์น ไวบ์)

Inbox:Nakornthong Group