รวม 10 คำถามกู้ซื้อบ้าน ช่วยเตรียมตัวก่อนเป็นเจ้าของบ้าน
การมีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ได้เริ่มต้นที่การเลือกแบบบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการประเมินความพร้อมด้านการเงิน โดยเฉพาะผู้ที่วางแผน กู้สินเชื่อ เพราะวงเงินกู้ ระยะผ่อน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ส่งผลต่อภาระทางการเงิน
ในบทความนี้ นครทอง จึงรวบรวม 10 คำถามสำคัญเกี่ยวกับการกู้ซื้อบ้าน เพื่อช่วยให้คุณเช็กความพร้อม วางแผนการเงิน และเตรียมตัวก่อนยื่นขอสินเชื่อได้อย่างมั่นใจ
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ก่อนกู้เพื่อซื้อบ้าน ควรเตรียมความพร้อมเรื่องอะไรบ้าง?
การเตรียมตัวก่อนกู้เพื่อซื้อบ้าน ไม่ได้มีเพียงแค่การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเท่านั้น แต่ยังต้องเช็กความพร้อมด้านการเงินอย่างรอบด้าน เพราะข้อมูลเหล่านี้คือปัจจัยหลักที่ธนาคารใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และประเมินวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของแต่ละคน
เช็กสภาพคล่องทางการเงิน
- รายได้ต่อเดือน: ควรมีรายได้สม่ำเสมอและมีหลักฐานยืนยันชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือน หรือ Statement บัญชี
- รายจ่ายประจำ: รวบรวมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน
- ภาระหนี้สิน: ตรวจสอบหนี้สินที่มีอยู่ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น
- เงินสำรอง: เตรียมเงินสดสำรองสำหรับวันโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งเงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เลือกบ้านให้สอดคล้องกับกำลังทรัพย์
- ราคาบ้านและค่าใช้จ่ายแฝง: อย่ามองแค่ราคาบ้านที่ตั้งไว้เพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายแฝงที่จะตามมาด้วย เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าตกแต่งเพิ่มเติม และค่าเบี้ยประกันภัย
- เงินคงเหลือหลังผ่อนบ้าน: คำนวณให้แน่ใจว่าหลังหักค่างวดผ่อนบ้านในแต่ละเดือนแล้ว ยังมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยไม่ทำให้ตึงเครียดทางการเงินจนเกินไป
ทั้งนี้ หากคุณเช็กความพร้อมด้านการเงินเรียบร้อยแล้ว และกำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพ มีการเดินทางสะดวกสบาย “ทาวน์โฮม สมุทรปราการ” จากนครทอง ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งเรื่องทำเล ราคา และฟังก์ชันหลากหลายรูปแบบที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ

รวม 10 คำถามกู้ซื้อบ้านที่ต้องรู้! ก่อนยื่นสินเชื่อให้ได้บ้านในฝัน
ก่อนตัดสินใจยื่นกู้กับธนาคารเพื่อซื้อบ้าน การเตรียมความพร้อม และทำความเข้าใจเรื่องสินเชื่อเป็นเรื่องสำคัญ ทางนครทองจึงรวม 10 คำถามที่จะช่วยให้คุณเช็กความพร้อม วางแผนการเงิน และเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ เพื่อเพิ่มโอกาสเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ดังนี้
1. ต้องมีรายได้เท่าไหร่ ถึงจะกู้ซื้อบ้านได้ ?
โดยทั่วไป ธนาคารไม่ได้กำหนดรายได้ขั้นต่ำในการกู้เงินซื้อบ้านไว้แบบตายตัว แต่จะพิจารณาจาก “ความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน” เป็นหลัก โดยดูจากรายได้หลังหักภาระหนี้สินอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถยื่นกู้เพื่อซื้อบ้านได้เช่นกัน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ ควรประเมินรายรับ-รายจ่ายของตัวเองก่อน เพื่อให้ทราบว่าแต่ละเดือนมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับผ่อนบ้านมากน้อยเพียงใด
2. กู้ไม่ผ่านควรแก้ไขอย่างไร ?
หากกู้บ้านไม่ผ่าน ควรสอบถามธนาคารถึงสาเหตุให้ชัดเจนก่อนยื่นกู้ใหม่ เพราะผู้กู้มีสิทธิ์ขอทราบเหตุผลที่ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุง และแก้ไขจุดที่เป็นปัญหาให้ตรงจุด โดยมีแนวทางที่ผู้กู้สามารถดำเนินการได้ ดังนี้
- จ่ายหนี้ตรงเวลา: ควรชำระหนี้ให้ตรงเวลา ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต หรือสินเชื่อผ่อนชำระ จะช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี เมื่อธนาคารตรวจสอบแล้วไม่พบประวัติค้างชำระ ก็จะเพิ่มความเชื่อมั่นว่าคุณมีวินัย บริหารหนี้ได้ดี
- เดินบัญชีให้ชัดเจน: กรณีอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ควรนำเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และมีเงินออมคงเหลือในบัญชี
- เตรียมเอกสารให้พร้อม: จัดเตรียมสลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 – 6 เดือน หรือหลักฐานเสียภาษีให้ครบถ้วน
- หาผู้กู้ร่วม: การหาผู้กู้ร่วมที่มีเครดิตดีมาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ผู้กู้ร่วมควรเป็นบุคคลที่มีรายได้มั่นคง และยินยอมตามสัญญาเงินกู้ร่วมกับคุณ
3. มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ หรือเคยค้างชำระ กู้ได้ไหม ?
ผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิต ยังสามารถยื่นขอสินเชื่อกู้บ้านได้ตามปกติ แต่ธนาคารจะนำภาระหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดมาคำนวณร่วมกับรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรประกอบการพิจารณาด้วย หากผู้กู้มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีและตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ก็ยังมีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ควรเคลียร์หนี้บัตรเครดิต หรือลดภาระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน (DSR) ให้น้อยลงก่อนยื่นกู้ล่วงหน้าประมาณ 3 – 6 เดือน เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อให้สูงขึ้น
4. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับกู้เพื่อซื้อบ้าน ?
เอกสารที่ใช้สำหรับกู้ขอสินเชื่อจะแตกต่างกันตามอาชีพ และเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร โดยทั่วไปผู้กู้ควรเตรียมเอกสาร และหลักฐาน ดังนี้
เอกสารส่วนตัว
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารของผู้กู้ร่วม (ถ้ามี)
- เอกสารเกี่ยวกับบ้าน หรือทรัพย์สินที่จะซื้อ
- สัญญาจะซื้อจะขายบ้านหรือที่ดิน
- โฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ์ของทรัพย์
เอกสารด้านการเงิน
- เอกสารรับรองรายได้
- สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการรับเงินเดือน
- รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง
- หนังสือรับรองการทำงาน (กรณีธนาคารกำหนด)
- เอกสารแสดงภาระหนี้ หรือสินเชื่อที่มีอยู่
- เอกสารแสดงรายได้ของผู้กู้ร่วม (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงรายได้จากธุรกิจ (กรณีเจ้าของกิจการ/อาชีพอิสระ)
- เอกสารจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้า (กรณีเจ้าของกิจการ)
- เอกสารการเสียภาษี (กรณีธนาคารร้องขอ)
5. Pre-Approve คืออะไร ?
Pre-Approve คือ กระบวนการที่ธนาคารช่วยตรวจสอบความสามารถในการกู้ของเราล่วงหน้า ก่อนที่จะตัดสินใจยื่นกู้จริง เปรียบเหมือนการเช็กกำลังซื้อเบื้องต้น ว่าเราสามารถกู้ได้วงเงินประมาณเท่าไหร่ และมีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะไปเลือกซื้อบ้านจริง
6.การกู้ร่วมซื้อบ้าน ช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อหรือไม่ ?
การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อให้ผ่านง่ายขึ้น และอาจได้รับวงเงินกู้ที่สูงขึ้นด้วย เนื่องจากธนาคารนำรายได้ และภาระหนี้สินของผู้กู้ร่วมมาพิจารณาประกอบกัน ทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระโดยรวมสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ร่วมทุกคนจะมีสถานะเป็นลูกหนี้ร่วมตามกฎหมาย และต้องรับผิดชอบภาระการผ่อนชำระร่วมกันตลอดอายุสัญญา ดังนั้น ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม ควรพูดคุยตกลงกันให้ชัดเจนในเรื่องสัดส่วนการผ่อนชำระ และขอบเขตความรับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต
7. ทำอาชีพอิสระสามารถกู้ซื้อบ้านได้ไหม ?
ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ สามารถยื่นขอสินเชื่อกู้บ้านได้เช่นเดียวกับพนักงานประจำ แต่ธนาคารจะพิจารณาตรวจสอบเข้มงวดมากกว่า โดยเน้นตรวจสอบความสม่ำเสมอของรายได้ และที่มาของเงินเป็นหลัก
ดังนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระควรแยกบัญชีสำหรับรับรายได้ให้ชัดเจน ไม่ปะปนกับการใช้จ่ายส่วนตัว และควรเก็บเอกสารทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นรายการเดินบัญชี หลักฐานการเสียภาษี หรือสัญญาว่าจ้างงานต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นกู้ได้สะดวก
8. ก่อนกู้เงินจากธนาคารมาซื้อบ้าน ควรมีเงินเก็บเท่าไร ?
การซื้อบ้าน ไม่ควรเตรียมงบไว้เฉพาะเงินดาวน์เท่านั้น เพราะยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่ตามมาอีก เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าตกแต่ง ทางที่ดีควรเตรียมเงินสำรองไว้อย่างน้อย 15 – 20% ของราคาบ้าน เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ และป้องกันปัญหาเงินขาดมือในวันโอนกรรมสิทธิ์
9. ควรเลือกบ้านจากราคา หรือวงเงินกู้ก่อน ?
ควรพิจารณาทั้งสองส่วนควบคู่กัน โดยเริ่มจากดูความสามารถในการผ่อนต่อเดือน แล้วกำหนดช่วงราคาบ้านที่เหมาะสม วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถจำกัดขอบเขต และเลือกบ้านได้ตรงกับงบประมาณมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่แน่ใจว่าจะกู้ได้เท่าไหร่ สามารถลองประเมินวงเงินเบื้องต้นง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมคำนวณสินเชื่อบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้จริงได้ทุกเมื่อ
10. หลังยื่นกู้ธนาคาร ต้องรอกี่วันถึงจะรู้ผล ?
หลังยื่นเอกสารขอสินเชื่อครบถ้วนแล้ว โดยทั่วไปธนาคารจะใช้เวลาพิจารณา และแจ้งผลประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับขั้นตอนของแต่ละธนาคาร และความครบถ้วนของเอกสารด้วย
จะเห็นได้ว่า การวางแผนกู้ซื้อบ้าน มีรายละเอียดที่ต้องเตรียมตัวหลายด้าน ตั้งแต่การประเมินรายได้ ภาระหนี้สิน การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการรอผลอนุมัติ แต่หากคุณเข้าใจ และเตรียมพร้อมตามข้อมูลเหล่านี้ ก็จะช่วยให้คุณยื่นกู้ได้อย่างมั่นใจ และลดความกังวลตลอดกระบวนการได้อย่างแน่นอน
สรุป “เลือกบ้านที่ใช่” พร้อมทีมงานนครทองช่วยวางแผนการเงินให้คุณ
การกู้ซื้อบ้าน เป็นเรื่องที่ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากราคาบ้านแล้ว ยังมีทั้งเงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายในการซื้อ และภาระผ่อนระยะยาวที่ต้องคำนึงถึง การรู้ข้อจำกัดด้านรายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการผ่อนของตัวเองอย่างชัดเจน จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อให้การมีบ้านเป็นความสุขที่มั่นคง ไม่ใช่ภาระที่สร้างความกังวลใจในภายหลัง
สุดท้ายนี้ หากคุณเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว และกำลังมองหาบ้านทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ทั้งทำเล การเดินทาง และความคุ้มค่า นครทอง ดิ เออเบิร์น ไวบ์ (แพรกษา – นิคมฯ บางปู) หนึ่งในโครงการที่ไม่ควรพลาดด้วยดีไซน์สไตล์ Modern ที่มีให้เลือกทั้งทาวน์โฮม และบ้านแฝด ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ บนทำเลศักยภาพใกล้นิคมอุตสาหกรรมบางปู และที่สำคัญ
หากสนใจเยี่ยมชมโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อหาเราได้ที่
Line:@nktgroup
โทร 087-678-9296 (นครทองลีฟวิ่ง)
084-641-2666 (นครทองโคโลนี่)
097-1854467 (นครทอง ดิ เออเบิร์น ไวบ์)
Inbox:Nakornthong Group